My fools..

posted on 07 Aug 2011 20:19 by mymetal
ฉันอ่อนแอจริงๆ รู้ตัวเอง
ควรจะเข้มแข็งให้มากๆ
 
วันนี้ทั้งๆ ที่พยายามไม่คิดเรื่องอะไรให้ปวดใจแล้ว
ก็อดไม่ได้ที่จะทำอะไรโง่ๆ ใส่เธออีก
ใช่...เราไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว
 
เราเป็นเพื่อนกันเป็นพี่น้องกัน...เป็นคนรักกันในครั้งหนึ่งในอดีต
 
ฉันคงเป็นคนที่ปากอย่างใจอย่างจริงๆ อย่างที่ใส่เสื้อในวันนี้
ปากก็บอกว่าไม่ แต่ใจก็ยังคิด...
 
ยากนะ....ที่จะทำใจได้ ในเมื่อเรายังเจอกันอย่างนี้
ยากนะ...ที่จะให้ไม่ต้องเจอเธออีกเลย
 
หากเธอเป็นเพียงคนๆ หนึ่งที่เราไม่เคยเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก่อน
 
ตอนนี้ฉันคงหายไปจากเธอได้ง่ายกว่านี้...
 
ไม่รู้ซิเขียนไม่ถูก ความรู้สึกตอนนี้มันอัดอั้นปะปนมั่วซั่วไปหมด
ฉันก็รู้ตัวว่าควรยืนอยู่จุดไหน ที่จะทำให้ เรา ยังสามารถคุยกันได้ในฐานะเพื่อนกัน พี่น้องกัน
ส่วนหากเป็นฐานะคนรักกัน มันยากจริงๆ แม้เธอจะเคยบอกว่า
"ดีใจนะที่เธอยังเป็นได้ทั้งเพื่อนสนิทพี่ชายและคนรักของเรา"
 
ไม่รู้ทำไมฉันถึงโฟกัสมันแต่ที่คำสุดท้ายเกือบจะตลอด...
 
ฉันรับรู้ได้นะว่าเธอก็รักฉันอยู่แม้มันจะไม่ได้เป็นรักในฐานะที่เราเคยเป็น
 
มันยิ่งทำให้ฉันสับสน ทั้งรัก ทั้งเห็นแก่ตัว(ฉันเอง) ทั้งไม่เข้าใจ ทั้งทำใจได้ ทั้งทำใจไม่ได้เมื่อเห็นเธอไปกับใครคนนั้น
เวลาเราเจอกันเธอมีท่าทีเบื่อๆ รำคาญๆ เธอบอกฉันคิดไปเอง ใช่ฉันคิดไปเอง ฉันมันคนคิดมากอยู่แล้วคิดไปเรื่อย คิดไปว่า แล้วตอนที่เธอไปกับคนนั้นเธอคงมีความสุขดีซินะ ฉันคงเป็นเพียงไอ้ตัวน่ารำคาญตัวหนึ่ง ที่เธอคงอยากให้หลุดออกจากชีวิตไปซักที แต่ก็คงอยากรักษาน้ำใจไว้ เพราะเราเป็นเพื่อนมาก่อน (ในแว่บนั้นฉันคิดอย่างนี้จริงๆ)
เลยเผลอทำอะไรโง่ๆ ลงไป
 
ฉันเดินออกมาก่อนโดยกล่าวเพียง เราเดินออกไปเอง กลับบ้านดีๆ นะ....ไม่แม้แต่สบตาแล้วฉันก็หันหลังเดินออกมาเลย....
จาก รร. ออกมาจนถึงป้ายรถเมล์
น้ำตาบังทางฉันเกือบตลอดทาง
 
ความโง่ของฉันคงยังไม่จบสิ้น
 
ฉันส่ง sms ไปหาเธอ "ขอโทดนะที่เดินออกมา ป้วนไม่อยากให้เห็นน้ำตาของคนไม่ได้เรื่องคนนี้" แล้วกดส่งไปยังเบอร์เธอ
....
....
น้ำตาตกลงที่หน้าจอมือถือ
เธอโทรมาถามว่าฉันอยู่ไหนแล้วถึงบ้านรึยัง น้ำเสียงเธอทุกข์ใจ
ฉันถึงรู้ตัวเองว่าเขลายิ่งนัก ที่ทำเธอที่รักฉัน(ไม่ว่าแค่ไหนก็ตาม)ให้เป็นทุกข์ใจ
ฉันบอกว่ายัง ฉันอยู่ป้ายรถเมล์ตรงข้ามแมคโคร...จะให้ไปหาไหม ฉันตอบและถามไปในคราวเดียวกัน
พอรู้ว่าเธออยู่ป้ายรถเมล์ป้ายเมื่อวานที่เรานั่งรอรถกัน แต่เธอบอกไม่ต้องมาหรอก
 
สายรถเมล์ที่จะส่งฉันถึงบ้าน กำลังจะจอดเทียบท่า...
ฉันเลือกที่จะก้าว..
ก้าวเลยรถเมล์สายนั้นเพื่อกลับไปยังป้ายรถเมล์นั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ระยะไกลไหมฉันไม่รู้ในเวลานั้น
คนรอบข้างจะมองอย่างไรฉันก็ไม่สนใจ
รู้เพียงว่า หากฉันไม่ได้กลับไปป้ายรถเมล์ป้ายนั้นที่เธอบอกเมื่อกี๊ฉันคงเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ
 
วิ่ง สลับเดิน สลับวิ่ง เท่าที่สังขารจะทำได้
 
รถเมล์สาย 80 ที่สามารถไปส่งเธอถึงบ้านได้ ผ่านหน้าฉันไป คันแรก
ฉันมองทุกคัน
แอบหวังไว้ว่าเธอคงไม่ได้อยู่บนรถคันนี้
หวังว่าเธอยังคงอยู่ที่ป้ายรถเมล์นั้น
 
สาย 80 คันที่ 2 3 4 5 ผ่านไปและสายอื่นๆ ที่เธอสามารถไปได้ ก็ผ่านฉันไปอีกแล้ว
ฉันยังไม่ถึงป้ายรถเมล์นั้นเลย...
ฉันเริ่มทำใจแล้วว่า
เธอคงกลับไปในคันไหนคันหนึ่งในจำนวนที่ผ่านหน้าฉันไป...
 
หากฉันไปถึงป้ายแล้วไม่เจอเธอฉันจะเป็นอย่างไรฉันพอจะนึกออกอยู่
และมันก็คงจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ซินะ
ฉันงี่เง่าใส่เธอขนาดนี้ เธอยังจะมารอเราเพื่ออะไร....
ฉันเริ่มปลอบใจตัวเองขณะวิ่งไป
 
น้ำตาไม่หยุดไหลเสียที...
 
ป้ายรถเมล์อยู่ข้างหน้าไม่เกิน 100 เมตร
ฉันไม่ได้หลอกตัวเองใช่ไหม...เหมือนฉันเห็นขาเธอโผล่ออกมาจากที่นั่งตรงนั้น
น้ำตาฉันหยุดไปเฉยๆ
 
สมองฉันว่างเปล่า
แต่หัวใจกลับพองโต
 
เมื่อใกล้เข้าไปนั่นใช่เธอจริงๆ
 
เธอยังอยู่ตรงป้ายรถเมล์นั้น
ฉันไม่รู้หรอกนะว่าในใจเธอจะคิดอย่างไร อาจจะเป็นแบบที่เธอบอกจริงๆ ก็ได้คือ จะรอรถสาย 81
แต่มันยังไม่มา
ฉันจะคิดเอาเอง (อีกแล้ว) ว่า เธอคงมีใจตรงกับฉันไม่งั้นเธอคงขึ้นสาย 80 ไปแล้ว
 
ฉันทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เธอ เธอไม่หันมามองฉันเธอจะรู้สึกอย่างไรอยู่ฉันไม่รู้และไม่อยากรู้เลยในตอนนั้น
ฉันรู้เพียงน้ำตาฉันไหลออกมาอีกแล้วไม่ใช่ทั้งน้ำตาแห่งความเศร้าแต่ก็ไม่สู้แน่ใจนักว่าสุขหรือเปล่า
ฉันเอาหูฟังที่กำลังมีเพลงรักเธอทั้งหมดของหัวใจไปใส่หูเธอ ไม่รู้เหมือนกันทำไมว่าฉันทำแบบนั้น
อาจจะเป็นความอัดอั้นที่หกาฉันกล่าวออกมาน้ำตาที่หยุดแล้วมันคงจะพรั่งพรูออกมาอีก
เธอฟังไปนิดนึงแล้วคืนหูฟังออก
 
ขอโทษนะ ฉันพูด
เธอไม่ได้ทำไรผิด ไม่ต้องขอโทษ  เธอบอก...คำตามนี้แต่น้ำเสียงเธอน้อยใจมาก
(ฉันคิดเอาเอง ถ้าเธอไม่แคร์ฉันเธอคงไม่สนใจไม่รู้สึกอะไร...)
 
ในช่วงเวลานั้นที่เรานั้นอยู่ด้วยกันที่ป้ายรถเมล์
จากมุมมองของเธอฉันนี่ช่างขี้แงอ่อนแอมากๆ เลยใช่ไหม....ใช่ฉันเป็นอย่างนั้น
 
เพียงฉันนึกไปถึงบางเรื่องที่มันกำลังจะเกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นมันก็เสียววาบในใจแล้ว
 
ใช่ว่าฉันจะหยุดความโง่ไว้ที่เท่านั้น
ฉันขอยืมโทรศัพท์เธอมา เธอก็ให้ฉัน เธอถามว่าเอาไปทำอะไรแต่ก็ส่งให้ ตอนนั้นเธอน้ำเสียงดีขึ้นแล้ว...
 
ฉันเข้าไปยังถาดเข้า เพื่อจะลบ sms โง่ๆ ที่ส่งมาเมื่อสักพักที่ผ่านมา
 
กลับเห็น sms ของอีกคน...คนที่ชอบเธอหรืออาจจะรักเธออยู่เช่นเดียวกับฉันอยู่เป็นข้อความถัดมา แน่ล่ะฉันไม่ได้ใส่ใจ เพราะเท่านี้ฉันก็เจ็บมากพอแล้ว เจ็บแปลบๆ ทุกครั้งที่คิดขึ้นมา ที่เธอบอกว่า "อืม...ก็คบกันอยู่...ก็ชอบเหมือนกัน(ชาไปทั้งใจ)...เค้าเทคแคร์ดี(ฉันแย่มากซินะ)....แต่ไม่มีทางจะคบกันเป็นแฟนได้หรอก(ยิ่งไม่เข้าใจ)...ไม่อยากปวดหัวทางบ้านก็กดดัน(แล้วทำไมเธอถึงยังคบยังพบเจอกับเขาอยู่เรื่อยๆ ให้เขาไปส่งบ้านบ่อยๆ ไปเที่ยวกันสองต่อสอง...ล่ะซักวันเธอคงรักเขาแน่ๆ ไม่แน่หรอกตอนนี้คงรักแล้วก็เป็นได้ในรักแบบคนรัก...ที่ที่ฉันเคยมีเธอ ฉันรู้เราเคยคุยเรื่องนี้กันแล้วแต่ฉันไม่เคยพูดได้จบในส่วนของฉันสักทีฉันก็น้ำท่วมปากเสียก่อน  ใช่...ฉันมันเป็นเพียงคนรักเก่าของเธอก็ไม่ควรจะมีสิทธิ์อะไีร ใช่ฉันก้าวก่ายชีวิตเธอมากไป ก่อนที่ฉันจะกลับมาจากศรีราชา ชีวิตเธอคงโอเคอยู่ ฉันมาทำให้มันวุ่นวายใช่ไหม... ฉันจะไม่เป็นอะไรขนาดนี้นะถ้าเกิดคนๆ นั้นของเธอ ไม่ได้เป็นคนที่เธอบอกว่า ไม่มีทางจะคบกันเป็นแฟนได้...(ด้วยเรื่องที่บ้านเธอเชื่อเรื่องดวงและคนปีเสือกับคนปีกระต่าย ไปกันไม่ได้ เช่นเดียวกับสมัยเรา...แต่เราก็ยังเคยคบกันได้ ฉันก็เลยกลัวว่าเธอจะคบกับเขาเข้าสักวันในฐานะแฟน...วันนั้นฉันไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไรคงได้แต่ถอยห่างออกมา..นั่นเป็นสิ่งที่ฉันควรจะทำที่สุดแล้ว..และเธอจะได้มีความสุขกับเขา...นี่แหละที่ฉันยิ่งสับสน ทำไมบอกคบกันไม่ได้ แต่สร้างความหวังให้กันแบบนี้อยู่ตลอดล่ะ เธอใจร้ายมากเลยนะทั้งกับฉันและกับเขา>>อันที่จริงแล้วมันอาจผิดที่ฉันเองก็ได้นะ...ที่ดันไปปากเก่งว่ารับฟังเธอได้ทุกเรื่อง...เรื่องความรักใหม่ของเขา...กับเธอ ฉันก็ฟังไม่ได้จริงๆ แต่ก็ดันฟัง ดันรู้ไปแล้ว มันเลยปวดอย่างนี้...แต่ก็อีกอย่างคือ เราก็ผิดเอง ที่กลับมาใกล้ชิดกับเธออีก เลยเผลอคิดกับเธอไปอีกแล้วแม้จะพยายามรักษาระยะห่างเท่าไหร่ก็ตาม มันยากจริงๆ นะสำหรับฉันในวันนี้ วันที่ไม่มีเธอ...ทุเรศตัวเองจริงๆ)" ไม่ใช่ว่าเธอจะมีใครใหม่ไม่ได้...ฉันไม่ขนาดนั้นหรอก(แต่ก็ขนาดนี้งี่เง่า โง่งั่ง ขี้แง โอยยแย่สารพัด) เพียงแต่ ถ้าจะคบเป็นแฟนกันอ่ะ ขอได้ไม๊ อย่าเป็นคนนี้เลย... มันเจ็บมากนะ เจ็บเพราะ เธอเคยบอกเองว่าไม่มีทางเป็นแฟนกันได้หรอก อีกอย่างเค้าก็มีนิสัยคล้ายๆ ฉัน(เท่าที่ฟังเธอเล่ามาแล้วฉันมาสรุปเอาเอง) คนที่ไม่ได้เจอคงไม่มีทางเข้าใจว่าทำไมมันถึงเจ็บ ฉันอธิบายได้แค่นี้แหละ แต่มันเจ็บมาก
 
นอกเรื่องไปซะไกลกลับมาๆ
ฉันกดเข้าที่ sms ของฉันแล้วรีบกดลบทันที
เธอรีบดึงมือถือไปจากฉัน พร้อมหยาดน้ำตาที่เอ่อออกมาจากตาเธอ...
หัวใจฉันแทบขาดออกมา ในวินาทีนั้น
ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงร้องไห้ออกมา
ทั้งๆ ที่มันเป็น sms ข้อความแย่ๆ ที่ฉันส่งมาถึงเธอเมื่อไม่กี่อึดใจที่ผ่านมาก่อนจะมาเจอเธอที่ป้ายรถเมล์นี้
 
ฉันเพียงแค่อยากจะลบข้อความที่ฉันคิดไม่รอบคอบพอออกจากโทรศัพท์เธอ เพื่อวันนึงเธอจะได้ลืม SMS นั้นไป
เธอจะได้ไม่ต้องอ่านแล้วคิดให้น้อยใจให้เสียใจอีก...ฉันคิดแค่นี้เอง แต่ก็ยังเขลาอยู่ดี
 
มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว...ฉันเสียใจจริงๆ ขอโทษนะ
 
อีกไม่อีกอึดใจ น้ำตาฉันก็ไหลออกมาแบบหยุดไม่ได้ ริมป้ายรถเมล์แห่งนั้น
จนมืออุ่นๆ ของเธอมาจับที่ขาฉันไว้...แต่มันก็ยังหยุดร้องไห้ไม่ได้สักที
 
สาย 81 ยังไม่มาสักทีเหมือนเดิม
จนกระทั้งเธอตัดสินใจว่าจะขึ้นสาย 80 แล้ว
ฉันก็ได้รับอนุญาตให้รอส่งเธอขึ้นสาย 80 ก่อน
เท่านั้นฉันก็ดีใจแล้ว...ที่อย่างน้อยเธอก็ยังไม่เกลียดฉันมากนัก
 
ระหว่างทางที่ฉันกลับบ้าน...ด้วยสาย 68 คนแน่นพอสมควร
ฉันน้ำตาคลอมาตลอดทาง กระเป๋ารถเมล์ก็มองๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
ใครๆ อาจจะมองอีก ฉันก็ไม่รู้
รู้นะมันน่าอาย ที่ผู้ชาย ร้องไห้ และยิ่งน่าอายเข้าไปใหญ่ ที่ไปร้องไห้ในที่สาธารณะ
(นี่เป็นเหตุผลเดียวที่ตอนนั้น ที่เรากำลังจะเลิกกันแล้วฉันบอกว่าอยากให้เธอมาคุยที่เงียบๆ กับฉันแล้วฉันก็บอกว่าไม่ทำอะไรหรอก<<แต่เพิ่งมารู้ว่า ออเธอกลัวฉันด้วยประโยคหลังที่ว่าไม่ทำอะไรหรอกนี่เอง เลยไม่มา
ฉันเพียงแต่ไม่อยากร้องไห้ในที่สาธารณะแบบวันนี้เท่านั้นเอง ในตอนนั้น...)
 
 
ทีนี้
เหตุผลที่ฉันหยุดร้องไม่ได้คือ
 
ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วงเกี่ยวกับสุขภาพฉัน ที่ฉันเป็นนั่นเป็นนี่อยู่บ่อยๆ
รวมถึงรอบนี้ด้วย...
พรุ่งนี้ที่ฉันบอกเธอว่าหมอนัดไปฟังผล
...
...
...
ถ้าผลเป็นอะไรที่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นล่ะ...
ฉันยอมรับว่ามองโลกในแง่ร้ายไป
แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นไม่ได้
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้
 
ฉันเลยร้องไห้เพราะหากมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ฉันคงเหลือเวลาอีกไม่มาก...

ที่จะได้ทำอะไรดีๆ ให้เธอ...

ฉันร้องไห้อีกแล้ว...

.....ผู้ชายขี้แง

2เดือนกับ6วัน

posted on 19 Nov 2010 09:11 by mymetal
เป็นการยากที่จะทำใจให้ลืมสนิทว่าเวลามันผ่านไปเท่าใดแล้ว
อยากลืมกลับจำ
สองเดือนกับหกวันที่ฉันได้รับประโยคบอกเล่า
ที่มีใจความคือบอกเลิก
หลังจากฟังประโยคนั้นฉันรู้ทันทีว่ามันคือประโยคบอกเล่าแน่นอน
ไม่ใช่ประโยคคำสั่ง
เพราะฉันไม่มีสิทธิ์เลือกใดๆ ทั้งสิ้น
มีเพียงแต่ต้องรับฟังเท่านั้น
ทั้งๆ ที่อยากจะเอามืออุดหู
ก็อุดไม่ได้
 
รักไม่ต้องการเวลา
สำหรับใคร?
ไม่ใช่สำหรับฉัน
ฉันต้องการเวลา
แต่ก็รู้ว่ามาบ่นเอาตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์และไม่มีคนสนใจ
ช่างมันปะไร
 
หลายๆ ครั้งระหว่างที่ "เรา"ยังเป็น"เรา"อยู่นั้น
ที่ฉันรู้สึกก็เหมือนกับที่เธอรู้สึกคือ เธอไม่มีเวลาให้ฉันสักเท่าไหร่เลย
แต่ฉันรู้สึกมากกว่านั้น
คือฉันรู้สึกไปว่าเธอแคร์คนอื่นเกินไปหรือเปล่า?
ฉันไม่ได้หมายความว่าในขณะที่เธอคบกับฉันแล้วเธอจะแคร์ใครไม่ได้
ฉันไม่ได้งี่เง่าขนาดนั้น  แต่ก็แค่อยากให้เธอมีเวลาให้กันและกันบ้าง
 
วันนี้ชวนเธอไปกินข้าวเย็น...ไม่ได้วันนี้มีนัดกับเพื่อน
วันนี้อยากกลับบ้านพร้อมเธอ...ไม่ได้อยากรีบกลับ
วันนี้อยากแค่เจอเธอสักนาที...จะมาทำไมให้เสียเวลาเปล่าๆ
 
แล้วไหนล่ะ? ที่ๆ เป็นพื้นที่ของเรา?
ถ้าส่วนข้างบนนั่นมันไม่ถี่เกินไป ไม่บ่อยเกินไป
จนทำให้คนที่ขณะนั้นเป็นแฟนกับเธอรู้สึกว่า "เธอเห็นคนอื่นสำคัญมากกว่าเราจริงๆ"
 
"เรา" คงจะมี "เรา" อยู่ในวันนี้..
 
 

   เย็นย่ำค่ำของวันที่ 13 มิถุนายน ปี53 

   ณ สีลม ภายใต้ขอบเขตบริเวณ  งานขายของกลางถนน

   อากาศอบอ้าว บรรยากาศอบอุ่นใจ ด้วยคนเดินเคียงที่แสนน่ารัก วี๊ดวิ้ววว

           

            เหมือนว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของงานละมั๊ง ร้านต่างๆ ก็ประดังกันลดราคาอย่างเอาเป็นเอาตายคนก็แน่นกันเอาตายเอาเป็น  ทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า อาหาร ของเล่น แสดงดนตรี ขี่มอไซด์ไต่ถัง นั่งเรือเหาะ เอ๊ะ สองอันหลังนี่ไม่เกี่ยวแล้ว   ก็เหมือนงานขายของออกร้านทั่วๆ ไป แน่นอนล่ะ ว่า เป็นยากนักที่จะรีดเงินจากกระเป๋าสตางค์ตูข้าไปได้สำหรับเสื้อผ้า เครื่องแต่กาย จะไปเสียท่าก็ตรงของดับกระดายคลายหิวซะมากกว่า

             เดินๆ ไปไม่ทันเท่าไร  สายตาก็พลันเหลือไปเห็นสิ่งมีชีวิตตัวน้อยๆ พร้อมป้ายกระดาษลังสีน้ำตาลเขียนว่า  "กระต่ายพันธุ์แคระ" กับ "150บาท แถมคู่มือ แถมอาหาร แถมกระโปรง" อาา..กระต่ายน้อยหูสั้นๆ ตัวขาวๆ ขนปุยๆ น่าจับมางับหัวเบาๆ ให้หายมันเขี้ยว ใส่กระโปรงตัวจิ๋วอยู่ที่ลำตัว ค่าความ moe บวกไป 10 กระโหลกเต็มๆ อ๊ากกกๆๆๆๆๆๆๆ   น่ารักโครตเสียดายคนตายไปแล้วไม่ได้เห็ความประดิ๋วกิ้วน่ารักจึกกรึ๋ยของมัน 

             ไม่รู้ว่าเราหยุดดูเจ้ากระต่ายน้อยนอนนิ่งๆ บ้างก็เดินไปเดินมาในกรงอันคับแคบของมันนานเท่าไหร่ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนคุณแฟนสะกิดแล้วบอกว่า "ว๊ายยพี่ปิ๊กเมฑั่ฬ คลั่งกระต่ายน้อย" >_< แอร๊ยยย เขิลว่ะก็มันน่ารักจริงๆ นี่นาจะไปอดใจได้ไง  ในที่สุดเราก็ต้องเดินจากร้านกระต่ายน้อยนั้นไป...

             อา...ร้านค้าต่างๆ ก็เริ่มทยอยเก็บของกันแล้ว   ใช่ซินี่มันจะสามทุ่มแล้ว เอาไงดีๆๆๆ อยากกลับไปบ๊ายบายกระต่ายน้อยร้านนั้นจัง    

"ตัวเอง..."

"หือ?"

"ไปบ๊ายบายกระต่ายน้อยกันก่อนกลับนะๆๆๆๆ"

"ฮ่าๆ พี่ปิ๊กคลั่งอีกแย้ว ^^"

               ณ   ร้านกระต่ายน้อยอีกที...

"ตัวเอง ดูตัวนั้นจิ หูสั้นๆ ขนปุยๆ น่ารักอ่าาา >_<"  อ๊ากกก โคตรน่ารักเยย ดูดิกระดุกกระดิกด้วยยย

"พี่ปิ๊กอยากเลี้ยงเหรอ" ต้วนๆ ท่าจะนึกในใจ แฟนฉันบ้าไปแล้วฮ่าๆ

"ก็อยากอ่ะ แต่ไม่มีเวลาเท่าไหร่ เลยไม่เอาไปเลี้ยง แต่มันน่ารักนะะ" ตอนนั้นเริ่มสับสนในอารมณ์ตัวเองว่ายังไงกันแน่

"เดี๋ยวพอมันโตก็ไม่น่ารักแบบตอนนี้แล้วนะตัวเอง" ต้วนๆ เตือนมาอีกที

"ง่า เค้าเขียนอยู่ว่าพันแคระ ก็คงไม่โตละมั๊ง" ดูจิๆ ป้ายเขียนไว้เท่านั้นจริงๆ นะต้วนๆ

"ฮ่าๆ พี่ปิ๊กคลั่งอีกแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ"

 

ในสุดท้ายแล้วก็ลงเอยด้วยการโบกมือบ๊ายบายกระต่ายน้อยที่ร้านนั้น พร้อมกับเดินลากขาไปขึ้น BTS กลับบ้าน

คืนนั้น ฉันก็กลับมานอนนึกถึงกระต่ายน้อยๆ น่ารักๆ ว่าเรา

อยากเลี้ยงมันจริงหรือ ทำไมถึงอยากเลี้ยง?

เราอยากเลี้ยงมันเพราะอะไร?

เราพร้อมรึเปล่า?

...

...

...

เราอยากเลี้ยง? คิดว่าอยากเลี้ยงนะ เพราะว่ามันน่ารักดีออก เอามานอนกอดนอนหอม คงจะน่ารักดีออกเนอะ ^^

เราอยากเลี้ยงมันเพราะ? ก็เพราะมันน่ารักยังไงล่ะ ใส่กระโปรงก็เป็น ต่ายน้อยแอ๊บแบ้ว ด้วยนะะ อ๊ากกกกกๆๆๆๆ

เราพร้อมรึเปล่า?  ....อาา...นั่นซินะเราพร้อมไม๊...ไม่พร้อม ทั้งความรู้ในเรื่องกระต่าย แม้เค้าจะเขียนว่าแถมคู่มือก็ตาม มันจะไปเหมือนกันได้ไง คู่มือก็ไม่รู้ว่าเชื่อได้แค่ไหน ดีไม่ดีก็บอกแค่ ป้อนอาหารเหลววันละ 2 ครั้ง แค่นั้นเอง เวลามันไม่สบายเราจะช่วยมันได้ไม๊ นี่ก็ไม่...  ธรรมชาติของมันล่ะเป็นยังไงกินอะไร ต้องอาบน้ำไม๊ อยู่ในกรงหรืออยู่ในที่โล่งเหมาะกว่ากัน...ไมู่้รู้ซิ...ไม่รู้ๆๆๆๆ ...

เราไม่รู้อะไรเลย นอกจากภายนอกที่เราเห็นว่า มันน่ารักน่ากอด อยากเลี้ยง โดยที่เราก็ลืมคิดไปว่า กระต่ายน้อยๆ พวกนั้นก็มีชีวิตมีจิตใจเหมือนๆ กันกับเราเอง  ถ้าเราพร้อมจดูแลมันทุกๆ อย่าง  ก็โอเค แต่ถ้าเราไม่  มันก็เหมือนกับการเอามันมาทรมานมันมากขึ้น โดยความพิศวาทของเราที่มีให้มันเพียงฉาบฉวยเท่านั้น... คุ้มไหมกับ 1 ชีวิตน้อยๆ ที่ต้องมาทนทรมาน จะพูดก็พูดไม่ได้ รอคอยความตายอย่างเดียว...เฮ้อ... เกือบสร้างบาปแล้วกู

ว่าไปแล้วก็คิดถึงเจ้าหมาที่เคยเลี้ยงไว้จังเลย T-T 

 สุดท้ายนี้ก็ขอจิ๊กรูปเจ้ากล้วยหอม กระต่ายน้อยแสนน่ารักน่าหยิก จากเว็บบ้านพิมพ์ มาให้ดูความน่ารักของกระต่ายน้อยๆ กันสักหน่อย แล้วก็ลองนึกให้ดีๆ ถ้าจะมีสิ่งมีชีวิตในครอบครอง

 

ขอยืนภาพเจ้ากล้วยหอมจากบ้านพิมพ์นะฮะ^^
ขอขอบคุณ http://pim.in.th/my-home/182-littlerabbit.html  ที่ข้าพเจ้าจิ๊กรูปเจ้ากล้วยหอมมาในลิงค์นั้น ขอบคุณคร๊าบบ^^